การเล่นพนันออนไลน์ให้มีกำไรและลดความเสี่ยง จำเป็นต้องมีการบริหารเงินที่ดี ซึ่งสูตรเดินเงิน เป็นเทคนิคที่นักพนันนิยมใช้เพื่อควบคุมการลงทุนและเพิ่มโอกาสทำกำไรในการเล่นพนันออนไลน์ โดยในบทความนี้ เราจะพาคุณไปรู้จักกับสูตรเดินเงินยอดฮิตที่นิยมใช้กัน พร้อมแนะนำวิธีการใช้ที่ถูกต้องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นพนันออนไลน์ของคุณ รวมถึงเทคนิคเสริมที่ช่วยให้คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะมีสูตรไหนบ้างนั้น มาติดตามอ่านกันได้ในบทความนี้ สมัครสมาชิก
ทำไมสูตรเดินเงินถึงสำคัญในการเล่นพนันออนไลน์
ก่อนจะไปดูรายละเอียดของสูตรเดินเงินแต่ละสูตร เราต้องเข้าใจก่อนว่าเหตุใดการเดินเงินจึงมีความสำคัญในการเล่นพนันออนไลน์ ไม่ว่าคุณจะเล่นคาสิโนสด สล็อต หรือแม้แต่พนันกีฬา การมีระบบเดินเงินที่ดีจะช่วยให้คุณ ได้เปรียบดังนี้
–ความเสี่ยงในการสูญเสียเงินทุนทั้งหมด
–เพิ่มโอกาสทำกำไรในระยะยาว
–ช่วยให้คุณควบคุมอารมณ์และการตัดสินใจในการเดิมพันได้ดีขึ้น
–ทำให้มีวินัยในการเดิมพัน ไม่เดิมพันเกินตัว
สุดยอดเทคนิคการเดินเงินที่ต้องใช้สำหรับการพนันออนไลน์
1. สูตรเดินเงิน Martingale (มาติงเกล)
หลักการทำงาน สูตร Martingale เป็นสูตรที่อาศัยการเพิ่มเงินเดิมพันเป็นสองเท่าหลังจากแพ้ โดยมีแนวคิดว่า เมื่อชนะครั้งเดียวจะสามารถคืนทุนทั้งหมดพร้อมได้กำไรเท่ากับเงินเดิมพันเริ่มต้น
วิธีใช้
เริ่มเดิมพันด้วยเงินจำนวนหนึ่ง เช่น 100 บาทแหากแพ้ ให้เพิ่มเงินเดิมพันเป็น 2 เท่า (200 บาท) ถ้าแพ้อีก ให้เพิ่มเป็น 400 บาท และทำแบบนี้ไปเรื่อยๆแเมื่อชนะ ให้กลับไปเดิมพันที่จำนวนเงินเริ่มต้น (100 บาท)
ข้อดี
–สามารถคืนทุนได้เร็วหากมีทุนสูงพอ
–เหมาะกับเกมที่มีโอกาสชนะ 50/50 เช่น รูเล็ต (แดง/ดำ), บาคาร่า
ข้อเสีย
–ต้องใช้ทุนสูง เพราะจำนวนเงินเดิมพันจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
–อาจเจอกรณีที่แพ้ติดต่อกันจนเกินขีดจำกัดของเงินทุน
เทคนิคเสริม
–ควรกำหนดลิมิตของการแพ้ติดต่อกัน เช่น ไม่เกิน 5 รอบ เพื่อลดความเสี่ยง
–หากเล่นเกมที่มีค่าน้ำหรือค่าคอมมิชชั่น ให้พิจารณาเผื่อค่าใช้จ่ายส่วนนี้ด้วย
2. สูตรเดินเงิน Fibonacci
หลักการทำงานของสูตร Fibonacci คือการใช้ลำดับเลขคณิต (1, 1, 2, 3, 5, 8, 13…) โดยจำนวนเงินเดิมพันจะเป็นผลรวมของสองจำนวนก่อนหน้า
วิธีใช้
เริ่มต้นเดิมพันที่ 1 หน่วย เช่น 100 บาท หากแพ้ ให้ขยับไปเดิมพันตามลำดับ Fibonacci ถ้าชนะ ให้ย้อนกลับไปสองขั้นในลำดับ
ข้อดี
–ปรับตัวได้ดี ไม่ต้องเพิ่มเงินเดิมพันมากเหมือน Martingale
–เหมาะกับคนที่มีทุนไม่เยอะมากนัก
ข้อเสีย
–หากแพ้ติดต่อกัน อาจต้องใช้เงินเดิมพันสูงขึ้นเรื่อย ๆ
เทคนิคเสริม
–กำหนดลิมิตของลำดับตัวเลข เช่น ไม่เกินเลขที่ 10 เพื่อป้องกันการเดิมพันที่สูงเกินไป
–ใช้คู่กับการตั้งเป้าหมายกำไรและหยุดเล่นเมื่อถึงเป้า
3. สูตรเดินเงิน Paroli (พาโรลี)
หลักการทำงาน เป็นสูตรตรงข้ามกับ Martingale คือเพิ่มเงินเดิมพันเป็นสองเท่าหลังจากชนะ เพื่อดึงกำไรจากเงินที่ได้มาใช้เล่น
วิธีใช้
เริ่มต้นเดิมพันที่ 1 หน่วย เช่น 100 บาท ถ้าชนะ ให้เพิ่มเป็น 200 บาท (2 เท่า) ชนะอีก ให้เพิ่มเป็น 400 บาทหากแพ้ กลับไปเริ่มที่ 100 บาท
ข้อดี
–ใช้ทุนเริ่มต้นต่ำ
–ลดความเสี่ยงได้ดี หากแพ้ก็เสียแค่เงินเดิมพันรอบแรก
ข้อเสีย
–ต้องชนะต่อเนื่องกันถึงจะทำกำไรได้
เทคนิคเสริม
–ตั้งเป้าหมายว่าชนะกี่รอบถึงจะหยุด เช่น ชนะ 3 ครั้งแล้วเริ่มต้นใหม่
–ไม่ควรโลภเกินไป เพราะถ้าแพ้รอบสุดท้ายจะเสียกำไรทั้งหมด
แต่ละสูตรเหมาะกับนักเดิมพันประเภทไหน?
Martingale: เหมาะกับคนที่มีทุนสูงและรับความเสี่ยงได้
Fibonacci: เหมาะกับคนที่ต้องการความสมดุลระหว่างความเสี่ยงกับโอกาสชนะ
Paroli: เหมาะกับคนที่ต้องการความปลอดภัยและใช้กำไรเล่นต่อ
1-3-2-6: เหมาะกับคนที่ต้องการใช้ระบบเพื่อจัดการเงิน
Labouchere: เหมาะกับคนที่มีเป้าหมายกำไรชัดเจนและสามารถบริหารเงินได้ดี
บอกได้เลยว่าแต่ละสูตรของการเดินเงินมีความสำคัญมากในการเล่นพนันออนไลน์ เพราะช่วยให้เราได้ควบคุมการใช้เงิน ลดโอกาสในการขาดทุน และยังเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการเลือกใช้สูตรที่เหมาะสมกับสไตล์การเล่นของตนเองเป็นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด อย่าลืมว่าการพนันออนไลน์มีความเสี่ยง ควรเล่นอย่างมีสติและรู้จักหยุดเมื่อถึงจุดที่พอใจและการบริหารเงินที่ดีจะช่วยให้คุณเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเพิ่มโอกาสชนะในระยะยาวได้อีกด้วย โปรโมชั่น